ประเทศไทยคว้าอันดับสามร่วมในการจัดอันดับครั้งนี้ โดยมีกรุงเทพฯ พัทยา และเชียงใหม่ โดดเด่นด้านความเป็นเลิศในการดำเนินงานและความแข็งแกร่งด้านดิจิทัล อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล Gold Circle Awards ประจำปีพ.ศ. 2568 โดยมีโรงแรมที่ได้รับรางวัลมากกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก ที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินงานภายในระบบของอโกด้า สำหรับผลการจัดอันดับในปีนี้ ประเทศไทยคว้าอันดับสามร่วม โดยอยู่ในกลุ่มเดียวกับญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย สะท้อนถึงศักยภาพและมาตรฐานอันแข็งแกร่งของผู้ประกอบการโรงแรมไทย ที่สามารถแข่งขันและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ท่ามกลางภูมิภาคที่มีการแข่งขันสูง ภายในประเทศไทย โรงแรมที่ได้รับรางวัลส่วนมากจะอยู่ในเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางธุรกิจหลักของประเทศ โดยกรุงเทพฯ มีที่พักที่ได้รับรางวัลเกือบ 100 แห่ง ยังคงครองตำแหน่งเมืองที่มีจำนวนผู้ได้รับรางวัล Gold Circle Awards มากที่สุดในประเทศไทย ตามมาด้วยพัทยาและเชียงใหม่ในอันดับถัดไป ผลการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าพันธมิตรโรงแรมในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของไทยยังคงรักษามาตรฐานการดำเนินงานในแต่ละวันได้อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ท่ามกลางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพท่ามกลางพฤติกรรมการเดินทางในภูมิภาคที่ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทาง ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของการค้นหาที่พักถึง 81% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และกลุ่มผู้เข้าพักที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เทรนด์ดังกล่าวเปิดโอกาสให้พันธมิตรโรงแรมสามารถสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวได้มากขึ้น ผ่านการปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับผู้เข้าพักในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความถูกต้องของข้อมูลที่พัก การเลือกใช้ภาษา การนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการสื่อสารที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าพักเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าที่พักสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตนได้อย่างไร โดยมีงานเฉลิมฉลองให้กับผู้ชนะรางวัลขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่กรุงเทพฯ โดย นายณัฐ ครุฑสูตร, รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริการด้านการท่องเที่ยว โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย... Read More














