January 14, 2026 ส.อ.ท. สรุปข่าว กกร. ประจำเดือนม.ค.69 กรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร. %YoY ปี 2568 (ณ ธ.ค. 68) ปี 2569 (ณ ธ.ค. 68) ปี 2569 (ณ ม.ค. 69) GDP 2.0 1.6 ถึง 2.0 1.6 ถึง 2.0 ส่งออก 10.0 -1.5 ถึง -0.5 -1.5 ถึง -0.5 เงินเฟ้อ 0.0 0.2 ถึง 0.7 0.2 ถึง 0.7 WEALTH
January 14, 2026 OMODA & JAECOOเปิดตัว JAECOO 5 EV TWO TONEเสริมภาพลักษณ์SUVไฟฟ้า พรีเมียมในตลาดไทย OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศเปิดตัวJAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก JAECOO 5 EV (Single-Tone)ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าในเซกเมนต์ B ที่ได้รับการตอบรับอย่างสูงในประเทศไทย โดยรุ่น Two-Tone โดดเด่นด้วยการออกแบบสีภายนอกแบบ2 สีผสานเอกลักษณ์ Light off-road เข้ากับความทันสมัยแบบเมือง ซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone)เปิดตัวพร้อมราคาจำหน่ายที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ OMODA & JAECOOในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมาพร้อมราคาพิเศษ649,000 บาท จากราคาปกติ 679,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ทำการจองและรับรถภายในช่วงวันที่5–31 มกราคม 2569 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงยนตรกรรมไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ สมรรถนะ และนวัตกรรมได้อย่างสมดุล จากความสำเร็จของOMODA & JAECOOในปี 2568 กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 18,388คัน โดยมี JAECOO 5 EV เป็นรุ่นหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า60% ของยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone)จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาด้านการออกแบบและการขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยมีจำหน่ายเฉพาะในรุ่นJAECOO 5 EV... Read More NEW CAR
January 14, 2026 สภาทองคำโลก เผยแนวโน้มทองคำในปี2569 ชี้สถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศไทยและทั่วโลกในปีนี้ทองคำได้สร้างปรากฏการณ์อันน่าทึ่งในปี2568ด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่กว่า50 ครั้ง และสร้างผลตอบแทนรายปีเพิ่มขึ้นมากกว่า60% นับเป็นผลตอบแทนรายปีที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ปี2514 แม้ว่าการประมาณการของตลาดโดยรวมในปัจจุบันชี้ว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ (range-bound)[1]แต่ประวัติศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจมหภาคมักไม่ได้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์คุณเซาไก ฟาน (Shaokai Fan)หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลกได้วิเคราะห์ 3 สถานการณ์สำหรับทองคำ โดยครอบคลุมผลกระทบทั้งในเชิงบวกปานกลาง เชิงบวกสูง และเชิงลบ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ได้ผลักดันความต้องการทองคำ เนื่องจากนักลงทุนแสวงหาเครื่องมือป้องกันความผันผวนและเงินเฟ้อ ส่งผลให้เกิดแรงส่งด้านราคาที่สำคัญในปี2568 ในขณะที่ตลาดพันธบัตรซบเซาและตลาดหุ้นมีการกระจุกตัวสูง นักลงทุนจากทุกภูมิภาคทั่วโลกต่างมีส่วนร่วมในการเติบโตนี้ ความต้องการทองคำในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่งในปี2568 โดยไตรมาส3 เป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของปี ทองคำยังคงตอกย้ำการเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนไทยเลือกท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนไทยมองทองคำเป็นเครื่องมือที่ช่วยคงมูลค่าและให้ผลตอบแทนในระยะยาว ดังที่เห็นได้จากรายงานแนวโน้มความต้องการทองคำไตรมาส3 ปี2568การลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง25% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นความต้องการที่สูงที่สุดตั้งแต่ไตรมาส1 ปี2562 แนวโน้มในปี2569 ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะยังคงดำเนินไปในทิศทางเดิม อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจมหภาคและความผันผวนทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้ไม่อาจมองข้ามความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงเกินคาด ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว รายงานแนวโน้มปี2569ฉบับเต็ม World Gold Council’s 2026 Gold Outlookได้วิเคราะห์ถึง3 สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากที่ตลาดคาดการณ์ไว้: ในสถานการณ์นี้ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้นักลงทุนปรับตัวไปสู่การลงทุนแบบป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น การปรับฐานการคาดการณ์ด้าน AIอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น เพิ่มความผันผวน และส่งผลต่อตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลง ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะตอบสนองด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง ผลกระทบต่อทองคำในสถานการณ์นี้จะเป็นบวกในระดับปานกลาง โดยจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความต้องการทองคำอย่างต่อเนื่องและการปรับตัวขึ้นของราคา จากการวิเคราะห์ของ WGCชี้ว่าในสภาวะเช่นนี้ ราคาทองคำอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นระหว่าง 5%ถึง15%จากระดับปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับขนาดของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและความรุนแรงของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ[2] ธนาคารกลางจะยังคงเดินหน้าซื้อทองคำต่อไป... Read More WEALTH
January 14, 2026 911 จีที 3 เอฟ.เอ. ปอร์เช่ รถสปอร์ตสำหรับนักสะสมสตุ๊ทการ์ท. “เมื่อให้ความสำคัญกับการใช้งาน รูปทรงจะเกิดขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติ” คือปรัชญาการออกแบบของ เฟอร์ดินานด์ อเล็กซานเดอร์ ปอร์เช่ หรือ เอฟ.เอ. ปอร์เช่ (F. A. Porsche) เขาได้ใช้แนวคิดในการลดทอนให้เหลือแค่เพียงสิ่งจำเป็น มาใช้กับรถในตำนานอย่างปอร์เช่ 911 โดยในปี 1972 เขาร่วมกับน้องชาย ฮันส์ ปีเตอร์ (Hans-Peter) ในการก่อตั้งสตูดิโอออกแบบภายใต้ชื่อ ปอร์เช่ ดีไซน์ (Porsche Design) ซึ่งผลงานจากสตูดิโอแห่งนี้ ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในฐานะไอคอนของงานออกแบบสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟ 1 หรือแว่นกันแดด P’8478 ที่โดดเด่นด้วยเลนส์ถอดเปลี่ยนได้ โดยเฟอร์ดินานด์ อเล็กซานเดอร์ ปอร์เช่ ได้มีอายุครบ 90 ปี ในวันที่ 11 ธันวาคม 2025 เพื่อร่วมรำลึกถึงโอกาสสำคัญนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญจากโปรแกรมซอนเดอร์วุนช์ ร่วมกับ มาร์ค ปอร์เช่ บุตรชายคนเล็ก สร้างสรรค์ 911 จีที 3 เอฟ.เอ.... Read More NEW CAR
January 13, 2026 เอ็มจี ตอกย้ำความสำเร็จ ดันยอดขายรวม SAIC MOTOR CORPORATION ปี 2025 พุ่ง 12.3% ทะลุ 4.507 ล้านคันบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเผยถึงความสำเร็จในฐานะแบรนด์ที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันยอดขายรวมทั่วโลกของ SAIC MOTOR CORPORATION ในปี 2025 ทะยานสู่ 4.507 ล้านคัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 12.3% ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย เอ็มจี สามารถเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความนิยมในตลาดหลักทั่วโลก ทั้งยุโรปที่ยอดขายพุ่งสูงขึ้น 30% อินเดียขยายตัว 17.8% และประเทศไทยที่ปิดยอดปีล่าสุดด้วยอัตราเติบโต 13.3% พร้อมเดินหน้าสู่ศักราชใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจในเครือทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ “GLOCAL” ผสานนวัตกรรมระดับโลกเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคเพื่อวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนในทุกภูมิภาค SAIC MOTOR CORPORATION บริษัทแม่ของแบรนด์ เอ็มจี เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2025 โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกกว่า 4.507 ล้านคัน หรือมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน หากพิจารณายอดขายเฉพาะในตลาดต่างประเทศ พบว่า มียอดขายรวม 1.071 ล้านคัน... Read More AUTO Way
January 13, 2026 ITD เปิดความท้าทายโครงสร้างแข่งขันการค้าโลกปี 69 เปิดหมากรับมือ – ลดความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยด้วย 3 กลยุทธ์ ‘INSIGHT – IMPACT – INTEGRATION’ พร้อมรุกกระตุ้นภาคการค้าฝ่าสมรภูมิด้วยข้อมูล ความรู้ และเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาค สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ประกาศทิศทางการดำเนินงานประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้กลยุทธ์ “3I Insight – Impact – Integration” มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านการค้าที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อเตรียมความพร้อมให้กลุ่มผู้ประกอบการและ SMEs ไทยสามารถรับมือกับเมกะเทรนด์เศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital & Green Transition ได้อย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ ITD เพิ่มบทบาทสำคัญในการเป็น Action-based Incubation ที่เน้นการลงมือทำและสร้างผลสัมฤทธิ์จริงในภาคธุรกิจ พร้อมขานรับนโยบายเศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์ในการฟื้นฟูและสร้างความยืดหยุ่นให้แก่เศรษฐกิจไทยในเวทีการค้าโลก นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) เปิดเผยว่า “โครงสร้างการค้าโลกในปี 2569 ยังคงมีความซับซ้อนสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากระเบียบการค้าใหม่ ซึ่งปัจจัยท้าทายไม่ได้มีเพียงแค่การแข่งขันด้านราคแต่รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด เช่น ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน มาตรฐานความยั่งยืน และแนวโน้มเศรษฐกิจแบ่งขั้ว ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการ และSMEs ไทย ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจและมีสัดส่วนถึง 35% ของ GDP ยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญทั้งในด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการขาดแคลนข้อมูลเชิงลึกในการวางแผนกลยุทธ์ด้วยเหตุนี้ ITD จึงได้วางโรดแมปเชิงรุกผ่านกลยุทธ์ 3I เพื่อดึงจุดแข็งของสถาบันมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคเศรษฐกิจไทย ประกอบไปด้วย · INSIGHT สถาบันจะยกระดับการจัดการความรู้สู่การเป็น Intelligence Hub เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียด้วยข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงลึก ผ่านการพัฒนาฐานข้อมูลการค้าระดับภูมิภาคที่รวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจและการค้าไว้อย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่... Read More WEALTH
January 11, 2026 สัมมากร เดินหน้ารีโนเวทพลิกโฉม “ตลาดสัมมากร รามคำแหง” สู่แลนด์มาร์ค Modern Community Market เต็มรูปแบบบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างที่อยู่อาศัย แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแล “วิถีชีวิต” ของผู้คนอย่างรอบด้าน ผ่านการพัฒนาตลาดสัมมากร ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ ตลาดสัมมากร รามคำแหง และตลาดสัมมากร เมืองเอก ซึ่งเป็นตลาดคุณภาพคู่ชุมชนที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา สัมมากรประกาศวางแผนเดินหน้ารีโนเวทครั้งใหญ่ “ตลาดสัมมากร รามคำแหง” เพื่อยกระดับสู่การเป็น Modern Community Market ที่ทันสมัย สะดวกสบาย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกเจเนอเรชัน พร้อมสร้างความมั่นใจทั้งฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านค้า นายณพน เจนธรรมนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ตลาดสัมมากร รามคำแหง เราไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จับจ่ายบนพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร แต่เป็นศูนย์รวมร้านค้าคุณภาพกว่า 700 ร้าน ครบครันทั้งของสด อาหารปรุงสำเร็จ และสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านกว่า 3,500 ครัวเรือนรวมถึงชุมชนโดยรอบ ด้วยศักยภาพของทำเลใจกลางย่านรามคำแหงที่ใกล้เส้นทางคมนาคมหลักไม่ว่าจะเป็นรามคำแหง, เสรีไทย, รามอินทรา... Read More REAL ESTATE, Uncategorized
January 9, 2026 ฮอนด้า ตอกย้ำแบรนด์ผู้นำรถไฮบริด ผ่านแคมเปญ Honda e:HEV – The EXCITING Hybridสื่อสารจุดเด่นระบบฟูลไฮบริดที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไดรฟ์สไตล์ ให้คุณไปได้สุดกว่าที่คิดและชวนคุณเป็นเจ้าของรถ e:HEV จากฮอนด้า ด้วยข้อเสนอแรง! ทุกรุ่น การออกไปใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระและสามารถควบคุมทุกช่วงเวลาได้อย่างมั่นใจเป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา แล้วจะดีแค่ไหนถ้าเรามีเพื่อนคู่ใจออกเดินทางไปด้วยกัน ฮอนด้าพร้อมมอบนิยามใหม่ของความสนุกในการขับขี่ที่เร้าใจทุกไดรฟ์สไตล์ไปกับ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดอัจฉริยะจากฮอนด้าที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกับเครื่องยนต์ ปลุกทุกประสาทสัมผัสให้คุณหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส มาพร้อมกับความแรงเร้าใจควบคู่ไปกับความนุ่มนวลอย่างเหนือความคาดหมาย และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ทำให้ทุกการขับเคลื่อนเป็นไปได้ดั่งใจอยาก สะท้อนนิยามใหม่ของยนตรกรรมไฮบริดที่พร้อมพาคุณไปสู่ทุกจุดหมายได้อย่างลงตัว ฮอนด้านำเสนอไลน์อัปรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ครบทุกเซกเมนต์รวม 6 รุ่น ได้แก่City e:HEV, City Hatchback e:HEV, Civic e:HEV, HR-V e:HEV, CR-V e:HEV และ Accord e:HEV สัมผัสขุมพลังอันเร้าใจ ปลดปล่อยจิตวิญญาณความสปอร์ต ให้ทุกการไดรฟ์เป็นไปได้ดั่งใจ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid เร่งเมื่อไรฟีลสนุกมาเต็ม พร้อมปลดปล่อยอิสระด้วยขุมพลังสไตล์สปอร์ต มอบทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองรวดเร็วทันใจ แม่นยำ และฉับไว พร้อมมอบความเร้าใจที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง ผ่านระบบการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ทั้งมอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งแรงและประหยัดแบบพลังเพียบแต่เงียบเกินคาดตอบสนองทุกความ Excite ในทุกเส้นทางได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน สัมผัสความนุ่มนวลไร้รอยต่อจากโหมดขับขี่อันชาญฉลาด นอกเหนือความทรงพลัง Honda e:HEV – The... Read More NEW CAR
January 9, 2026 OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 5 EV TWO TONEOMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศเปิดตัว JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก JAECOO 5 EV (Single-Tone) ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าในเซกเมนต์ B ที่ได้รับการตอบรับอย่างสูงในประเทศไทย โดยรุ่น Two-Tone โดดเด่นด้วยการออกแบบสีภายนอกแบบ 2 สีผสานเอกลักษณ์ Light off-road เข้ากับความทันสมัยแบบเมือง ซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) เปิดตัวพร้อมราคาจำหน่ายที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ OMODA & JAECOO ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมาพร้อมราคาพิเศษ 649,000 บาท จากราคาปกติ 679,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ทำการจองและรับรถภายในช่วงวันที่ 5–31 มกราคม 2569 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงยนตรกรรมไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ สมรรถนะ และนวัตกรรมได้อย่างสมดุล จากความสำเร็จของ OMODA & JAECOO ในปี 2568 กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 18,388 คัน โดยมี JAECOO 5 EV เป็นรุ่นหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาด้านการออกแบบและการขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยมีจำหน่ายเฉพาะในรุ่น JAECOO 5 EV Long Range... Read More NEW CAR
January 9, 2026 ไฮเออร์ ขยายตลาดภูมิภาค SEA จัดงาน Haier SEA Dealer Conference เสริมแกร่งธุรกิจ ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 16 ปีซ้อน เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) จัดงาน Haier Southeast Asia Dealer Conference ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เพื่อผนึกกำลังพันธมิตรและตัวแทนจำหน่ายจากประเทศหลักในภูมิภาค ได้แก่ เวียดนาม ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ร่วมกำหนดทิศทางการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมยกระดับโครงสร้างตลาดและพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในอาเซียนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“งาน Haier Southeast Asia Dealer Conference จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีเชิงกลยุทธ์ในการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แผนงาน และทิศทางการดำเนินธุรกิจร่วมกันในระดับภูมิภาค ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่ายดีลเลอร์ พร้อมแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม Smart Home รุ่นล่าสุดของไฮเออร์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งภายในงานครั้งนี้เรายังได้ประกาศแผนกลยุทธ์ระดับภูมิภาคที่มุ่งขยายช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างครอบคลุม ทั้งโมเดิร์นเทรด ดีลเลอร์ ช่องทางออนไลน์ และตลาด B2B ควบคู่กับการรุกตลาดในหลายประเทศอย่างจริงจัง พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขายและส่วนแบ่งตลาดในอาเซียนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว สะท้อนความมุ่งมั่นของไฮเออร์ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับพาร์ตเนอร์ทั่วภูมิภาค และตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในฐานะโซลูชันแบรนด์ที่พร้อมนำเสนอระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่ครบวงจร รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภคในอาเซียน ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การใช้ชีวิตในเมือง และภาคธุรกิจ” สำหรับไฮไลต์ของงานครั้งนี้ ไฮเออร์ได้จัดแสดงและเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ครอบคลุมหลายหมวด อาทิ เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า... Read More MARKET