วทจ. รุ่น 8 สร้างผู้นำไทยอ่านจีนเชิงโครงสร้าง พร้อมรับเศรษฐกิจโลกผันผวน
ท่ามกลางโลกการค้าที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากสงครามการค้าสงครามเทคโนโลยี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย–จีนกำลังก้าวข้ามมิติ “คู่ค้า” ไปสู่บทบาทที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งในฐานะพันธมิตรและกลไกสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย การทำความเข้าใจจีนในเชิงโครงสร้างนโยบาย และทิศทางการพัฒนา จึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดของผู้ประกอบการไทยและเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคไทยไม่อาจมองข้าม
ภายใต้บริบทดังกล่าว การเปิดหลักสูตร วิทยาการผู้นำไทย–จีน(วทจ.) รุ่นที่ 8 โดยสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (วทจ.)จึงไม่ใช่เพียงการเดินหน้าหลักสูตรต่อเนื่อง แต่เป็นการ “ยกระดับเวทีผู้นำ”เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะบทบาทของจีน ซึ่งยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลกและเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก

ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดหลักสูตรว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีนในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่มีความหมายยิ่งต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีเมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และต่อมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกสะท้อนถึงความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกันและสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำสูงสุดดังกล่าว เป็นหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับความสัมพันธ์จีน–ไทยให้ก้าวไปสู่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันอย่างแท้จริงและวางรากฐานที่มั่นคงให้กับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจการค้า การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ ยัชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจจีนว่า“ในปี 2025 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งได้ถึงร้อยละ 5ซึ่งสูงกว่าประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ นอกจากนี้จีนยังมีกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางมากกว่า 400 ล้านคน ซึ่งตลาดขนาดใหญ่ (Super-large scale market) นี้คือขุมพลังสำคัญที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับโลกในบริบทเช่นนี้ จีนยังคงยึดมั่นการพัฒนาอย่างมีคุณภาพเดินหน้าการเปิดประเทศในระดับสูงและส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและทั่วถึง”
เอกอัครราชทูตจางยังอธิบายถึงความสำคัญของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์5 ปีของจีนในระยะต่อไปโดยเน้นการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่และการเติบโตอย่างยั่งยืน
“แผนพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้าของจีนมีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย และจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ สำหรับความร่วมมือจีน–ไทย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมในมุมของความสัมพันธ์ทวิภาคี จีนมองประเทศไทยไม่เพียงในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแต่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค จีนและไทยเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนานจีนพร้อมแบ่งปันโอกาสการพัฒนาและยินดีทำงานร่วมกับไทยในการเสริมสร้างเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนให้กับภูมิภาค” เอกอัครราชทูต จางเจี้ยนเว่ย กล่าว

ด้าน นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีนกล่าวถึงบทบาทของ วทจ. ว่า “วทจ.เป็นหลักสูตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ไม่ใช่หลักสูตรที่สอนให้รู้จีนแบบผิวเผินแต่เป็นหลักสูตรที่สร้างผู้นำซึ่งเข้าใจจีนอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เศรษฐกิจเทคโนโลยี และโครงสร้างอำนาจซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวันที่จีนมีบทบาทกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้นการเดินหน้าหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตลอด 7 รุ่นที่ผ่านมา สะท้อนว่าประเด็นจีนไม่เคยหยุดนิ่งขณะที่บริบทโลกเปลี่ยนเร็วเกินกว่าหลักสูตรแบบเดิมจะตามทัน วทจ. รุ่นที่ 8 ถูกออกแบบมาโดยตรงเพื่อรับมือกับสงครามการค้า การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจีนและความท้าทายของผู้ประกอบการไทยยุคใหม่ เราไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียน ‘รู้มากขึ้น’อย่างเดียว แต่ต้อง ‘คิดเป็น ตัดสินใจเป็น และเชื่อมโยงเครือข่ายได้จริง’

สำหรับหลักสูตร วทจ. รุ่นที่ 8 เนื้อหาถูกออกแบบให้สอดรับกับโลกเศรษฐกิจที่ผันผวนครอบคลุมตั้งแต่ยุทธศาสตร์การพัฒนาจีน โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ การค้า การลงทุนเทคโนโลยี และบทบาทของจีนในเวทีโลกควบคู่กับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับนโยบาย นักธุรกิจและการศึกษาดูงานจริงในประเทศจีน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง
ในวันที่จีนยังคงเป็นทั้ง “โอกาส”และ “ความท้าทาย” ของไทย หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน รุ่นที่ 8 จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่การเรียนรู้ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเตรียมผู้นำไทยให้พร้อมรับมือกับโลกเศรษฐกิจใหม่และไม่ตกขบวนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ สถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติได้ทาง Line: @tclhcu เว็บไซต์:www.tclhcu.com และ Facebook: tclhcu
#วทจ #หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทยจีน#TCL#สถาบันวิทยาการผู้นำไทยจีน #HUACHIEW #PEKINGUNIVERSITY #เรียนรู้จีนทุกมิติ #ผู้นำยุคใหม่ #ความสัมพันธ์ไทยจีน
########








